21 กันยายน พ.ศ. 2500


ผู้เรียบเรียง ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร


ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม รัฐอมฤต


วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2500 เป็นวันที่มีพระบรมราชโองการตั้งนายกรัฐมนตรีคนที่ 9 ของประเทศ คือ นายพจน์ สารสิน การที่ นายพจน์ สารสิน ที่ไม่ได้เป็นนักการเมืองลงเลือกตั้งได้เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็เพราะมีเหตุพิเศษทางการเมืองเกิดขึ้นก่อนหน้านี้เล็กน้อย

เหตุพิเศษที่ว่านี้ก็คือการที่ทหารภายใต้การนำของผู้บัญชาการทหารบกและอดีตรัฐมนตรีกลาโหม จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้นำกำลังทหารเข้ายึดอำนาจล้มรัฐบาล

จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2500 นอกจากล้มรัฐบาลและคณะทหารผู้ทรงอำนาจก็ล้มสภาผู้แทนราษฎรด้วย จึงได้มีการแต่งตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประเภทที่ 2 ขึ้น และทางสภาก็ได้หารือกันได้ชื่อ นายพจน์ สารสิน จะให้เป็นนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2500

นายพจน์ สารสิน ที่ขณะนั้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการองค์การซีโต้ (SEATO) ที่มีสำนักงานเลขาธิการอยู่ที่กรุงเทพ เมื่อจะเอาท่านมาเป็นนายกรัฐมนตรีก็จะวางมือชั่วคราวจากตำแหน่งเลขาธิการองค์การซีโต้ เพื่อมาเป็นนายกรัฐมนตรี “ชั่วคราว” ตัว นายพจน์ สารสิน นั้น แม้จะไม่ได้เป็นนักการเมืองลงเลือกตั้ง แต่ก็เคยเป็นนักการเมืองโดยมีตำแหน่งทางการเมืองเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลของ จอมพล ป.พิบูลสงครามมาก่อน แต่ได้ลาออกไป อดีตรัฐมนตรี บุญชนะ อัตถากร ได้เขียนเล่าเรื่องของคุณพจน์ สารสิน ตอนนี้เอาไว้ว่า

“ครั้งนั้นคุณพจน์ ได้แสดงทรรศนะไม่เห็นด้วยกับที่ประชุมคณะรัฐมนตรีที่จะรับรองรัฐบาลเบาได๋ แต่แพ้คะแนน คุณพจน์ ลืมกลับกระทรวงที่วังสราญรมย์ จัดทำเอกสารเกี่ยวกับมติคณะรัฐมนตรีเสร็จเรียบร้อยทุกอย่างแล้วยื่นใบลาออกต่อจอมพล ป.”

วันเดียวกันกับที่ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี นายพจน์ สารสิน ก็ได้ตั้งรัฐบาลขึ้นทันที ตัวท่านเองนั้นยังไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอีกตำแหน่งหนึ่ง ส่วนตำแหน่งอื่น ๆ นั้นดูจะถูกเลือกมาโดยคณะผู้มีอำนาจแทบทั้งนั้น

ตั้งรัฐบาลเสร็จแล้วอีก 3 วันถัดมา นายกรัฐมนตรี พจน์ สารสิน ก็นำคณะรัฐมนตรีเข้าแถลงนโยบาย แต่ก็เป็นการแถลงนโยบายที่ไม่ตื่นเต้นอะไร ที่น่าสังเกตก็คือที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงถึงเรื่องการจัดการเลือกตั้งทั่วไป

รัฐบาลนี้จะจัดให้มีการเลือกตั้งที่จะต้องทำภายใน 90 วัน ตามประกาศพระบรมราชโองการเรื่องการใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ลงวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2500 เป็นไปตามกฎหมายโดยสุจริต เที่ยงธรรม จึงขอแถลงยืนยันถึงเจตจำนงข้อนี้ให้ปรากฏเสมือนเป็นคำสัตย์ปฏิญาณให้ไว้ในสภาผู้แทนราษฎรนี้ด้วย”

การเลือกตั้งที่นายกรัฐมนตรี พจน์ สารสิน กล่าถึงนี้ก็คือการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2500 นับว่าเป็นการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2500 และเป็นการเลือกตั้งที่นายกรัฐมนตรีไม่ได้ไปลงเลือกตั้งด้วย แม้แต่รัฐมนตรีมหาดไทย คือ พลโท ประภาส จารุเสถียร เองซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการดูแลการเลือกตั้งก็ไม่ได้ลงเลือกตั้ง พรรคการเมืองที่แข่งขันกันอย่างเด่นชัดก็คือ พรรคประชาธิปัตย์ อันเป็นพรรคฝ่ายค้านมาตั้งแต่รัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม ซึ่งตอนนั้น นำโดย นายควง อภัยวงศ์ อดีตนายกรัฐมนตรีหลายสมัย กับพรรคสหภูมิที่มีเลขาธิการพรรค นายสงวน จันทรสาขา ผู้เป็นน้องชาวต่างบิดากับ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ผู้นำทหารที่มีอำนาจแท้จริง

ผลการเลือกตั้งพรรคสหภูมิได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่ง ชนะได้ที่นั่งถึง 44 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์มาเป็นที่สองได้ที่นั่งเพียง 39 ที่นั่ง ส่วนพรรคเสรีมนังคศิลา ของจอมพล ป. พิบูลสงคราม และ พล.ต.อ. เผ่า ศรียานนท์ นั้นแม้จะยังคงอยู่ก็ได้เสียงและที่นั่งในสภาน้อยมาก จำนวน ส.ส. ที่ไม่สังกัดพรรคมีถึง 59 คน

นายพจน์ สารสิน ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีต่อมาหลังเลือกตั้งอีกประมาณครึ่งเดือนก็พ้นจากตำแหน่งในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2501 กันเดียวกันกับที่ พลโท ถนอม กิตติขจร นายทหารสำคัญจากคณะทหารผู้ยึดอำนาจได้เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี