16 ธันวาคม พ.ศ. 2481


ผู้เรียบเรียง ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร


ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม รัฐอมฤต


วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2481 เป็นวันที่จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีเป็นครั้งแรก ขณะนั้นท่านมียศเป็น นายพันเอก นับเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ของประเทศ นอกจากเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วก็ยังดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมอีกตำแหน่งหนึ่ง ซึ่งก็เป็นตำแหน่งรัฐมนตรีที่เป็นอยู่ในรัฐบาลก่อน และยังเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพิ่มอีกตำแหน่งหนึ่งด้วย

การขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีของหลวงพิบูลสงคราม ครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2481 และเมื่อ นายพันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา ปฏิเสธที่จะรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขณะนั้นยังใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 ที่มีบทเฉพาะกาลให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประเภทที่ 2 ที่มาจากการแต่งตั้งครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้แทนราษฎรทั้งหมดของสภา

เมื่อเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครั้งแรกนี้ หลวงพิบูลสงครามได้นำคณะรัฐมนตรีเข้าแถลงนโยบายต่อสภา และขอความไว้วางใจเข้าบริหารราชการแผ่นดิน รัฐบาลของท่านได้รับความไว้วางใจจากสภาผู้แทนราษฎรด้วยคะแนนเสียง 111 เสียง ต่อ 2 เสียง ที่ไม่ไว้วางใจ

ครั้นเข้ามาเป็นหัวหน้ารัฐบาลได้ไม่นานก็ได้สั่งการให้จับกุมผู้ต้องหาคดีกบฏหลายคน ทั้งยังได้ดำเนินการผ่านทางสภาให้ตั้งศาลพิเศษขึ้นมาพิจารณาคดีกบฏ ที่มีผู้ต้องหาเป็นอดีตข้าราชการหลายคน

ทางด้านต่างประเทศ รัฐบาลของหลวงพิบูลสงครามได้ประกาศสงครามกับอินโดจีนของฝรั่งเศสในตอนต้นปี พ.ศ. 2484 เมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2484 สงครามครั้งนี้ถูกเรียกกันว่าสงครามอินโดจีน ถึงตอนนี้ นายกรัฐมนตรีก็ได้ยศทางทหารขึ้นเป็นนายพลตรีของกองทัพบก การรบกับฝรั่งเศสและอินโดจีนครั้งนั้น กองกำลังของไทยได้เข้าไปในพื้นที่ อินโดจีนถึงนครหลวงพระบาง และนครจำปาศักดิ์ เป็นต้น ต่อมาประเทศญี่ปุ่นได้เข้ามาไกล่เกลี่ย ผลของการไกล่เกลี่ยไทยต้องจ่ายค่าเสียหายให้ฝรั่งเศส และทางฝรั่งเศสก็ยอมยกดินแดนในเขตเขมรปัจจุบันบางแห่ง เช่น เมืองศรีโสภณ เมืองพระตะบอง คืนให้ไทย เสร็จสงครามอินโดจีน นายกรัฐมนตรีหลวงพิบูลสงครามก็ได้ยศข้ามขั้นจากพลตรีเป็นจอมพลของกองทัพไทย

ในเวลานั้นความคิดเรื่องชาตินิยมมาแรง ได้มีการผ่านพระราชบัญญัติขนานนามประเทศจากชื่อ “สยาม” มาเป็น “ไทย” ในพ.ศ. 2482 ตอนนั้นอำนาจของนายกรัฐมนตรีก็มากขึ้นมาก สภาผู้แทนราษฎรก็เกรงใจ มีผู้ยกย่องท่านเป็น “ผู้นำ” จนทำให้นายกรัฐมนตรีเป็นที่เกรงกลัวของผู้คนทั้งหลาย

ตอนปลายปี พ.ศ. 2484 ในวันที่ 8 ธันวาคม กองทัพญี่ปุ่นได้ยกกำลังขึ้นบกในแผ่นดินไทยและขอเดินทางผ่านประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลของจอมพล ป.พิบูลสงครามก็ยินยอม แต่ที่ทำให้ไทยต้องเข้าไปสู่สงครามโลกครั้งที่สองด้วยก็เพราะในวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2485 รัฐบาลไทยได้ประกาศสงครามกับสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร รัฐบาลของท่านจึงเป็นรัฐบาลที่นำประเทศเข้าสงครามอีกครั้ง

จอมพล ป.พิบูลสงคราม มีอำนาจมาก เป็นนายกรัฐมนตรีที่สภาผู้แทนราษฎรเกรงใจมาจนถึงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2487 สภาจึงได้กล้าขัดใจนายกรัฐมนตรีออกเสียงไม่รับร่างพระราชบัญญัติอนุมัติพระราชกำหนด 2 ฉบับที่รัฐบาลเสนอ ทำให้จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งสูงสุดทางทหารอยู่ด้วยต้องยอมลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2487