อุทัย พิมพ์ใจชน


ผู้เรียบเรียง : ดร.บุญเกียรติ การะเวกพันธุ์

ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ :  รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม รัฐอมฤต


อุทัย  พิมพ์ใจชน


          นายอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร อดีตประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี 8 สมัย เป็นผู้ฟ้องจอมพลถนอม_กิตติขจร ต่อศาลอาญาในข้อหากบฎจากการทำรัฐประหารตนเองเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2514 และถูกคำสั่งคณะปฏิวัติสั่งจำคุกในข้อหากบฎ

 

ประวัติส่วนบุคคล

          นายอุทัย  พิมพ์ใจชน  เกิดเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2481 ที่บ้านตำบลเกาะลอย อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี เป็นบุตรคนโตจากพี่น้องจำนวน 9 คนของนายไพโรจน์และนางสมบูรณ์ พิมพ์ใจชน สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ จากนั้นเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีในคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ใน พ.ศ.2501 รุ่นเดียวกับนายชวน_หลีกภัย นายสมัคร_สุนทรเวช นายมีชัย_ฤชุพันธ์ จากนั้นสอบได้เป็นเนติบัณฑิตไทยจากสำนักอบรมศึกษาวิชากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา[1]

 

เหตุการณ์สำคัญ

          นายอุทัย พิมพ์ใจชนเป็นนักการเมืองที่ยึดแนวทางประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา มีภาพลักษณ์ของการต่อสู้กับเผด็จการทหาร

          เมื่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2511 ประกาศใช้ และจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512 นายอุทัย พิมพ์ใจชนซึ่งขณะนั้นอายุ 30 ปี ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ โดยเป็นผู้สมัครที่มีอายุน้อยที่สุดและได้รับการเลือกตั้งให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยแรก โดยนายอุทัยได้เคยกล่าวไว้ว่า “ชีวิตในวัยเด็กอยากเป็นนายกฯ และคิดไว้เลยว่าถ้าเป็นเราทำอะไรได้บ้าง ถ้าน้ำท่วมมีคนเดินขบวนไปหารัฐมนตรีเราจะแก้อย่างไร นั่นคือความคิดว่าสนใจการเมือง และนายกฯควรมาจากการเลือกตั้ง”[2]

          วันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 จอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี ได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจตนเอง ประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2511 ยกเลิกรัฐสภา ยกเลิกพรรคการเมือง และประกาศห้ามมั่วสุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากการที่รัฐบาลไม่สามารถควบคุมเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาลได้ และเพื่อเป็นการตัดอำนาจต่อรองของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรออกไปจากการบริหารงานของรัฐบาล ดังปรากฏให้เห็นในประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 6 คณะปฏิวัติได้ชี้แจงเหตุถึงความจำเป็นในการยึดอำนาจไว้ว่า “ได้มีบุคคลบางจำพวกอาศัยสิทธิตามรัฐธรรมนูญยุยงบ่อนทำลายใช้อิทธิพลทั้งภายในและภายนอกสภานิติบัญญัติ ก่อกวนการบริหารราชการของรัฐบาลให้ดำเนินไปด้วยความยากลำบากและล่าช้าไม่ทันต่อเหตุการณ์”[3] วันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2515 นายอุทัย  พิมพ์ใจชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี นายอนันต์_ภักดิ์ประไพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลกและนายบุญเกิด_หิรัญคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ ได้ร่วมกันเป็นโจทย์ยื่นฟ้องคณะปฏิวัติ ซึ่งมีจอมพลถนอม กิตติขจร หัวหน้าคณะปฏิวัติกับพวกอีกรวม 17 คน เป็นจำเลยต่อศาลอาญาในข้อหาเป็นกบฏ โดยเขียนบรรยายในคำฟ้องว่า เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2514 จอมพลถนอม กิตติขจร กับพวกได้ร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายและขู่เข็ญประชาชนชาวไทย เพื่อล้มล้างรัฐธรรมนูญ ขอให้ศาลพิจารณาลงโทษตามกฎหมาย”แต่ทั้ง 3 กลับถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหากบฏแทนโดยคณะปฏิวัติได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะปฏิวัติที่ 36/2515 ลงวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2515 ให้จำคุกนายอุทัย พิมพ์ใจชน 10 ปี และให้จำคุกนายอนันต์ ภักดิ์ประไพกับนายบุญเกิด หิรัญคำ คนละ 7 ปี[4]

          ภายหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516 นายสัญญา_ธรรมศักดิ์ นายกรัฐมนตรีดำริจะออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับบุคคลทั้งสาม แต่นายอุทัยเห็นว่าการออกกฎหมายนิรโทษกรรมแสดงว่าบุคคลทั้งสามมีความผิดจริงจึงไม่ยอมรับเพราะทั้งสามมิได้กระทำความผิดตามคำสั่งหัวหน้าคณะปฎิวัติ[5] สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติจึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติให้ยกเลิกคำสั่งของหัวหน้าคณะปฏิวัติในวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2517 โดยในพระราชบัญญัติได้ระบุว่า บุคคลทั้งสามนั้นมิได้กระทำความผิดและมิเคยต้องโทษตามคำสั่งของหัวหน้าคณะปฏิวัติ[6] รวมระยะเวลาที่โดนจำคุกจำนวน 22 เดือน

          การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วไป พ.ศ.2518 เมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2518 นายอุทัยได้รับการเลือกตั้งในนามพรรคประชาธิปัตย์ ที่จังหวัดชลบุรี ผลการเลือกตั้งทั้งประเทศปรากฎว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้รับการเลือกตั้งเป็นลำดับที่ 1 โดยได้จำนวนที่นั่ง 72 ที่นั่ง หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมชได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ไม่สามารถรวบรวมเสียงข้างมากได้ ทำให้ต้องจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย นายอุทัย พิมพ์ใจชนได้รับตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 คณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2518 ผลปรากฎว่าได้รับเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่ง หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมชจึงต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

          การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วไป พ.ศ.2519 เมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2519 นายอุทัยได้รับการเลือกตั้งในนามพรรคประชาธิปัตย์ ที่จังหวัดชลบุรี ผลการเลือกตั้งทั้งประเทศปรากฎว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้รับการเลือกตั้งเป็นลำดับที่ 1 อีกครั้ง โดยได้จำนวนที่นั่ง 114 ที่นั่ง นายอุทัย พิมพ์ใจชนได้รับเลือกให้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 19 เมษายน พ.ศ.2519 ทำให้ดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ โดยดำรงตำแหน่งจนถึงวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2519[7]

          วันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2519 พลเรือเอก สงัด_ชลออยู่ หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ได้ทำการยึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาลหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช และได้มีการออกคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 6 ลงวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2519 ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติพรรคการเมือง พ.ศ. 2517 และห้ามตั้งพรรคการเมือง[8] พรรคประชาธิปัตย์จึงถูกยุบเลิก และมีการจัดตั้งพรรคอีกครั้งในปี พ.ศ.2522 ในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคคนใหม่แทนหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เป็นการแข่งขันระหว่างนายอุทัย พิมพ์ใจชน นายชวน หลีกภัย และพันเอก (พิเศษ) ถนัด คอมันตร์ โดยนายอุทัยได้รับการสนับสนุนจาก นายธรรมนูญ_เทียนเงิน อดีตเลขาธิการพรรค ปรากฏว่าที่ประชุมพรรคได้เลือกพันเอก(พิเศษ) ถนัด เป็นหัวหน้าพรรค[9]

          นายอุทัย พิมพ์ใจชนได้ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์และตั้งพรรคก้าวหน้าในวันที่  22 มีนาคม พ.ศ.2526 โดยมีนายอุทัยเป็นหัวหน้าพรรคและนายบุญเกิด หิรัญคำเป็นเลขาธิการพรรค[10]เพื่อลงเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ.2526 ที่มีขึ้นในวันที่ 18 เมษายน พ.ศ.2526 ผลการเลือกตั้งได้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 3 ที่นั่ง วันที่ 18 เมษายน ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเลือกนายอุทัยให้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร[11]

          การเลือกตั้งทั่วไปใน พ.ศ.2529 พรรคก้าวหน้าได้รับการเลือกตั้งจำนวน 9 ที่นั่ง และการเลือกตั้งทั่วไปใน พ.ศ.2531 พรรคก้าวหน้าได้รับการเลือกตั้งจำนวน 8 ที่นั่ง ทำหน้าที่เป็นพรรคฝ่ายค้าน

          วันที่ 14 เมษายน พ.ศ.2532 พรรคก้าวหน้ากับพรรคการเมืองอีก 2 พรรคคือพรรคกิจประชาคมที่มีนายบุญชู โรจนเสถียรเป็นหัวหน้าพรรคและพรรคประชาชนที่มีนายเฉลิมพันธ์_ศรีวิกรม์เป็นหัวหน้าพรรคได้ยุบรวมกับพรรครวมไทยที่มีนายณรงค์_วงศ์วรรณเป็นหัวหน้าพรรค ได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นพรรคเอกภาพ[12] เมื่อพลเอกชาติชาย_ชุณหะวัณลาออกจากตำแหน่งเพื่อจัดตั้งคณะรัฐมนตรีใหม่ในวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ.2533 พรรคเอกภาพได้เข้าร่วมรัฐบาลโดยนายอุทัยได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม[13]แต่อยู่ได้ไม่นานก็ถูกพลเอกสุจินดา_คราประยูรยึดอำนาจการปกครองในวันที่ 23 เมษายน พ.ศ.2534

          พ.ศ.2535 เมื่อนายณรงค์ วงศ์วรรณพร้อมด้วยสมาชิกได้ออกจากพรรคเอกภาพเพื่อไปจัดตั้งพรรคสามัคคีธรรม นายอุทัย พิมพ์ใจชนได้ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค ในการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2535 พรรคเอกภาพได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 6 ที่นั่ง โดยเป็นพรรคฝ่ายค้าน และการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2535พรรคเอกภาพได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 8 ที่นั่ง นายอุทัยได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

          ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายอุทัยได้สั่งพักราชการนายพชร_อิศรเสนา_ณ_อยุธยา ปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยอ้างเหตุผลว่าถูกบริษัทฮาร์ท ออนส์ สยามอิมปอร์ตเอ็กซ์ปอร์ต ยื่นฟ้องข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ต่อมาคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนมีมติให้นายอุทัยยกเลิกคำสั่งพักราชการแต่นายอุทัยไม่ปฏิบัติตาม นายพชรจึงยื่นฟ้องศาลในข้อหาทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 8 กันยายน พ.ศ.2537 แต่ในวันที่ 7 กันยายน นายอุทัยได้ยกเลิกคำสั่งพักราชการนายพชร ระหว่างที่นายอุทัยกำลังแถลงข่าวชี้แจงเรื่องการกลับเข้ารับราชการในตำแหน่งปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายอุทัยได้ถูกนายธนิต สุวรรณเมนะหยิบถุงพลาสติกที่บรรจุอุจจาระขว้างใส่หน้า โดยนายธนิตได้ให้เหตุผลว่า ทนไม่ได้ที่เห็นคนดีถูกรังแก [14]

          ปี พ.ศ.2538 นายอุทัย พิมพ์ใจชนได้ออกจากหัวหน้าพรรคขึ้นเป็นที่ปรึกษาพรรค จนถึงวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2539 นายอุทัยได้ลาออกจากพรรคเอกภาพ เพราะนายไชยยศ สะสมทรัพย์หัวหน้าพรรคได้รับกลุ่มนายเนวิน ชิดชอบเข้าร่วมพรรค โดยนายอุทัยได้กล่าวว่า "ผมก็ได้แนะนำคุณไชยยศ_สะสมทรัพย์ ว่าไม่ควรรับคุณเนวิน ชิดชอบ แต่เมื่อมีความชัดเจนว่าพรรครับคุณเนวินเข้าเป็นสมาชิก ในฐานะที่เป็นที่ปรึกษาของพรรค ผมจึงต้องพิจารณาตัวเอง” [15]

          พ.ศ.2539 เมื่อมีการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย_พ.ศ._2534 แก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2539 โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญประกอบด้วยสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งจังหวัดละหนึ่งคน ในการประชุมสภาฯครั้งที่หนึ่ง ที่ประชุมมีมติเลือกนายอุทัย พิมพ์ใจชน เป็นประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยสภาฯได้ดำเนินการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นทั้งฉบับ ผ่านการลงมติให้ความเห็นชอบและส่งมอบให้ประธานรัฐสภา เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2540 จากนั้นมีการประกาศและบังคับใช้เป็นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย_พ.ศ._2540 เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2540[16]

          การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ.2544 นายอุทัย พิมพ์ใจชนได้รับการชักชวนจาก ดร.ทักษิณ_ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทยให้เข้าร่วมพรรคเนื่องจากเห็นว่าเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ทางการเมืองสูง และมีภาพลักษณ์ด้านอุดมการณ์ทางการเมืองที่ดี[17] นายอุทัยได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อของพรรคไทยรักไทย และได้รับการเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรทำให้ดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ นับเป็นการดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ 3และเป็นประธานรัฐสภาครั้งที่ 2 โดยดำรงตำแหน่งระหว่าง 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2544 ถึง 5 มกราคม พ.ศ.2548[18]

          หลังจากนั้นนายอุทัยได้ลาออกจากพรรคไทยรักไทยและต่อมาได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 19 เมษายน พ.ศ.2549 โดยลงสมัครในเขตกรุงเทพมหานครซึ่งมีจำนวนสมาชิกวุฒิสภาได้ 18 คน ผลการเลือกตั้งปรากฎว่านายอุทัยได้รับการเลือกตั้งเป็นลำดับที่ 11[19]  โดยสมาชิกวุฒิสภาชุดดังกล่าวได้พ้นสภาพภายหลังการทำรัฐประหาร 19 กันยายน พ.ศ.2549 โดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข    

 

หนังสือแนะนำ

วิรัตน์  โตอารีย์มิตร.(2545). พิมพ์ไว้ในใจชน มุมมอง ความคิดและชีวิตการเมืองของ ‘อุทัย พิมพ์ใจชน’.กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์บีเยศ.

 

บรรณานุกรม

กองบรรณาธิการมติชน.289 ข่าวดัง 3 ทศวรรษหนังสือพิมพ์มติชน.(กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มติชน.2550.พิมพ์ครั้งที่ 2) หน้า 168.

คลังสารสนเทศของสถาบันนิติบัญญัติ,'พ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่งของหัวหน้าคณะปฏิวัติ ที่ '36/2515 ลงวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2515 พ.ศ. 2517 เข้าถึงจาก http://dl.parliament.go.th/handle/lirt/14665 เมื่อ 1 กันยายน 2559.

คลังสารสนเทศของสถาบันนิติบัญญัติ,'รับทราบการยุบพรรคการเมือง จำนวน '3 พรรค คือ พรรคกิจประชาคม พรรคก้าวหน้า และพรรคประชาชน และพรรครวมไทยเปลี่ยนชื่อเป็นพรรคเอกภาพ/ เข้าถึงจาก http://dl.parliament.go.th/handle/lirt/50157 เมื่อ 1 กันยายน 2559.

ชาติชาย มุกสง,'รัฐประหาร '2514 เข้าถึงจาก http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=รัฐประหาร_พ.ศ._2514 เมื่อ 1 กันยายน 2559.

โชคสุข กรกิตติชัย,คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน (พ.ศ. 2519), เข้าถึงจาก http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน_(พ.ศ._๒๕๑๙) เมื่อ 3 สิงหาคม 2559

นรนิติ เศรษฐบุตร, 9 มีนาคม พ.ศ. 2515 เข้าถึงจาก http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title= 9_มีนาคม_พ.ศ._2515 เมื่อ 1 กันยายน 2559.

โรงเรียนเทพศิรินทร์,นายอุทัย  พิมพ์ใจชน เข้าถึงจาก   https://www.debsirin.ac.th/about-us/detail-student.php?id=641  เมื่อ 1 กันยายน 2559.

ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 100 ตอนที่ 51 ฉบับพิเศษ หน้า 10 ลงวันที่ 1 เมษายน 2526

ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 100 ตอนที่ 67 ฉบับพิเศษ หน้า 27 ลงวันที่ 28 เมษายน 2526

รัฐสภา,ทำเนียบประธานรัฐสภา, เข้าถึงจาก http://www.parliament.go.th/ewtadmin/ewt/parliament_parcy/ewt_news.php?nid=2374&filename=index  เมื่อ 3 สิงหาคม 2559

ศูนย์ข้อมูลการเมืองไทย,อุทัย  พิมพ์ใจชน เข้าถึงจาก  http://politicalbase.in.th/index.php?title=อุทัย_พิมพ์ใจชน&redirect=no เมื่อ 1 กันยายน 2559.

วิรัตน์  โตอารีย์มิตร,'พิมพ์ไว้ในใจชน มุมมอง ความคิดและชีวิตการเมืองของ '‘อุทัย พิมพ์ใจชน’, (กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์บีเยศ, 2545) หน้า 57.

สะถิระ เผือกประพันธุ์, การสื่อสารทางการเมืองของนายอุทัย พิมพใจชน ศึกษาในห้วงระหว่างปี 2512-2519.ดุษฎีนิพนธ์วิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก,พ.ศ.2554,หน้า 85.

สิฐสร กระแสร์สุนทร,สภาร่างรัฐธรรมนูญ เข้าถึงจาก  http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=สภาร่างรัฐธรรมนูญเมื่อ 1 กันยายน 2559.

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร,การเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา พ.ศ.2549 เข้าถึงจาก http://library2.parliament.go.th/giventake/content_elect/senate_set2.pdf เมื่อ 1 กันยายน 2559.

สำนักงานสภาผู้แทนราษฎร,ทำเนียบประธานสภาผู้แทนราษฎร เข้าถึงจาก  http://www.parliament.go.th/ewtadmin/ewt/parliamen__parcy/more_news.php?cid=63 เมื่อ 1 กันยายน 2559.

                                                                     

อ้างอิง

[1] โรงเรียนเทพศิรินทร์,นายอุทัย  พิมพ์ใจชน เข้าถึงจาก   https://www.debsirin.ac.th/about-us/detail-student.php?id=641  เมื่อ 1 กันยายน 2559.

 [2]สะถิระ เผือกประพันธุ์, การสื่อสารทางการเมืองของนายอุทัย พิมพใจชน ศึกษาในห้วงระหว่างปี 2512-2519.ดุษฎีนิพนธ์วิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก,พ.ศ.2554,หน้า 95.

[3]ชาติชาย มุกสง,'รัฐประหาร '2514 เข้าถึงจาก http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=รัฐประหาร_พ.ศ._2514 เมื่อ 1 กันยายน 2559.

[4] นรนิติ เศรษฐบุตร, 9 มีนาคม พ.ศ. 2515 เข้าถึงจาก http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title= 9_มีนาคม_พ.ศ._2515 เมื่อ 1 กันยายน 2559.

[5] วิรัตน์  โตอารีย์มิตร,'พิมพ์ไว้ในใจชน มุมมอง ความคิดและชีวิตการเมืองของ '‘อุทัย พิมพ์ใจชน’, (กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์บีเยศ, 2545) หน้า 57.

[6] คลังสารสนเทศของสถาบันนิติบัญญัติ,'พ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่งของหัวหน้าคณะปฏิวัติ ที่ '36/2515 ลงวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2515 พ.ศ. 2517 เข้าถึงจาก http://dl.parliament.go.th/handle/lirt/14665 เมื่อ 1 กันยายน 2559.

[7] รัฐสภา,ทำเนียบประธานรัฐสภา, เข้าถึงจาก http://www.parliament.go.th/ewtadmin/ewt/parliament_parcy/ewt_news.php?nid=2374&filename=index  เมื่อ 3 สิงหาคม 2559

[8] โชคสุข กรกิตติชัย,คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน (พ.ศ. 2519), เข้าถึงจาก http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน_(พ.ศ._๒๕๑๙) เมื่อ 3 สิงหาคม 2559

[9] ศูนย์ข้อมูลการเมืองไทย,อุทัย  พิมพ์ใจชน เข้าถึงจาก  http://politicalbase.in.th/index.php?title=อุทัย_พิมพ์ใจชน&redirect=no เมื่อ 1 กันยายน 2559.

[10] ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 100 ตอนที่ 51 ฉบับพิเศษ หน้า 10 ลงวันที่ 1 เมษายน 2526

[11] ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 100 ตอนที่ 67 ฉบับพิเศษ หน้า 27 ลงวันที่ 28 เมษายน 2526

[12] คลังสารสนเทศของสถาบันนิติบัญญัติ,'รับทราบการยุบพรรคการเมือง จำนวน '3 พรรค คือ พรรคกิจประชาคม พรรคก้าวหน้า และพรรคประชาชน และพรรครวมไทยเปลี่ยนชื่อเป็นพรรคเอกภาพ/ เข้าถึงจาก http://dl.parliament.go.th/handle/lirt/50157 เมื่อ 1 กันยายน 2559.

[13] กองบรรณาธิการมติชน.289 ข่าวดัง 3 ทศวรรษหนังสือพิมพ์มติชน.(กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มติชน.2550.พิมพ์ครั้งที่ 2) หน้า 168.

[14] กองบรรณาธิการมติชน, หน้า 223-224.

[15] โรงเรียนเทพศิรินทร์,นายอุทัย  พิมพ์ใจชน เข้าถึงจาก   https://www.debsirin.ac.th/about-us/detail-student.php?id=641  เมื่อ 1 กันยายน 2559.

[16] สิฐสร กระแสร์สุนทร,สภาร่างรัฐธรรมนูญ เข้าถึงจาก  http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=สภาร่างรัฐธรรมนูญเมื่อ 1 กันยายน 2559.

17 สะถิระ เผือกประพันธุ์,หน้า 85.

18 สำนักงานสภาผู้แทนราษฎร,ทำเนียบประธานสภาผู้แทนราษฎร เข้าถึงจาก  http://www.parliament.go.th/ewtadmin/ewt/parliamen__parcy/more_news.php?cid=63 เมื่อ 1 กันยายน 2559.

[19] สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร,การเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา พ.ศ.2549 เข้าถึงจาก http://library2.parliament.go.th/giventake/content_elect/senate_set2.pdf เมื่อ 1 กันยายน 2559.