อำนาจหน้าที่ของสภานิติบัญญัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557


เรียบเรียงโดย : พุทธชาติ ทองเอม

ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ : นายจเร พันธุ์เปรื่อง


นับตั้งแต่ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 เป็นต้นมา การปกครองประเทศจะมีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดและมีรัฐสภา เป็นสถาบันหลักที่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองมากขึ้น ทั้งนี้รัฐธรรมนูญเกือบทุกฉบับบัญญัติให้รัฐสภาประกอบด้วย 2 สภา คือ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้วางหลักให้รัฐสภามีอํานาจหน้าที่ในการตรากฎหมาย ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน และการให้ความเห็นชอบในภารกิจสําคัญของประเทศ แต่เมื่อมีเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาอุปสรรคในการปกครองประเทศจนไม่สามารถนำประเทศไปสู่การปกครองด้วยความปกติได้ เกิดการยึดอำนาจทางการปกครอง และภายหลังการยึดอำนาจได้มีการประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้บังคับอยู่ อีกทั้งองค์กรของรัฐสภา คือ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาต้องถูกยุบไปด้วยโดยคณะผู้ยึดอำนาจ และเพื่อวางรูปแบบการปกครองประเทศจะมีการประกาศใช้ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักรหรือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราวใช้บังคับแทนจนกว่าจะมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเป็นการถาวรต่อไป พร้อมทั้งมีการแต่งตั้งองค์กรเพื่อทำหน้าที่รัฐสภา ซึ่งเป็นสภาเดียวแทนสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เรียกว่า “สภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ความหมาย

คำว่า “สภานิติบัญญัติแห่งชาติ” ตามที่ คณิน บุญสุวรรณ ได้ให้ความหมายไว้ในหนังสือปทานุกรมศัพท์รัฐสภาและการเมืองไทย (ฉบับสมบูรณ์) ว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หมายถึง สภานิติบัญญัติระดับชาติซึ่งทำหน้าที่รัฐสภา เป็นสภาเดียว โดยมีสมาชิกซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร สภานิติบัญญัติแห่งชาติทั้งหมด มีที่มาหลังการปฏิวัติรัฐประหาร[1]

สภานิติบัญญัติแห่งชาติในอดีต

จากประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองของไทยที่ผ่านตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบันในปี 2557 ประเทศไทยมีการปฏิวัติรัฐประหาร หรือยึดอำนาจการปกครองแผ่นดิน เพื่อให้ประเทศชาติมีการปกครองด้วยความสงบมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งภายหลังที่มีการยึดอำนาจการปกครองแผ่นดินจะมีการจัดตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อทำหน้าที่ในด้านกระบวนการนิติบัญญัติแทนรัฐสภา มาแล้วจำนวน 6 ครั้ง ดังนี้

1) สภานิติบัญญัติแห่งชาติที่ได้รับการแต่งตั้ง พ.ศ. 2515

2) สภานิติบัญญัติแห่งชาติที่ได้รับการแต่งตั้ง พ.ศ. 2516

3) สภานิติบัญญัติแห่งชาติที่ได้รับการแต่งตั้ง พ.ศ. 2520

4) สภานิติบัญญัติแห่งชาติที่ได้รับการแต่งตั้ง พ.ศ. 2534

5) สภานิติบัญญัติแห่งชาติที่ได้รับการแต่งตั้ง พ.ศ. 2549

6) สภานิติบัญญัติแห่งชาติที่ได้รับการแต่งตั้ง พ.ศ. 2557

ที่มาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557

หลังจากที่ประเทศไทยเกิดความขัดแย้งทางการเมืองขึ้นในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียงต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน จนลุกลามไปสู่แทบทุกภูมิภาคของประเทศ ประชาชนแตกแยกเป็นฝ่ายต่าง ๆ ขาดความสามัคคี และมีทัศนคติไม่เป็นมิตรต่อกัน จนถึงขั้นจลาจลได้ทุกขณะซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ทรัพย์สิน ความสะดวกสบายของประชาชนผู้สุจริต อันจะเป็นการทําลายความมั่นคงของชาติและความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การพัฒนาเศรษฐกิจและการเมืองการปกครองหยุดชะงัก กระทบต่อการใช้อำนาจในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร และในทางตุลาการ ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้ ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงจำเป็นต้องเข้าควบคุมอํานาจการปกครองประเทศและประกาศให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 สิ้นสุดลง กลไกของรัฐสภา ได้แก่ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ต้องถูกยุบเลิกไป ต่อจากนั้น คณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงแต่งตั้งองค์กรเพื่อทำหน้าที่ในด้านกระบวนการนิติบัญญัติแทนสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาต่อไป ซึ่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. 2557 เป็นสภาที่ตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐสภา ตามมาตรา 6 และมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 [2] กำหนดให้ให้มีสภานิติบัญญัติแห่งชาติประกอบด้วยสมาชิกจํานวนไม่เกินสองร้อยยี่สิบคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิดและมีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปี ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติถวายคําแนะนํา โดยให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติทําหน้าที่สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐสภา และในการถวายคําแนะนําเพื่อทรงแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ให้คํานึงถึงความรู้ความสามารถ ความหลากหลายของบุคคลจากกลุ่มต่าง ๆ ในภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคสังคม ภาควิชาการ ภาควิชาชีพ และภาคอื่นที่จะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติด้วย

อำนาจหน้าที่ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557

ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ได้กำหนดให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ที่สำคัญที่สุดเปรียบเสมือนสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐสภา ดังนั้น อำนาจหน้าที่หลักของสภานิติบัญญัติแห่งชาติสามารถแบ่งได้ 3 ประการ คือ

1. อํานาจหน้าที่ในการตรากฎหมาย

การปฏิบัติหน้าที่ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติในการตรากฎหมายนั้น หมายความรวมถึงกระบวนการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ คือ

- การเสนอและพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ

- การเสนอและพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ

- การพิจารณาอนุมัติพระราชกําหนด

2. การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน

ในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน นั้น สภานิติบัญญัติแห่งชาติมีมาตรการในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินได้ดังนี้

- การเสนอญัตติ

- การตั้งกระทู้ถาม

- การเปิดอภิปรายทั่วไป

3. อํานาจหน้าที่อื่น ๆ ตามที่กฎหมายกําหนด

สภานิติบัญญัติแห่งชาติมีอํานาจหน้าที่อื่น ๆ ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 หรือตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดังนี้

- ถวายคําแนะนําเพื่อแต่งตั้งและให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

- เสนอกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจำนวนห้าคน เพื่อประกอบเป็นคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ทำหน้าที่จัดทําร่างรัฐธรรมนูญซึ่งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญประกอบด้วยกรรมาธิการจํานวนสามสิบหกคน

- ตราข้อบังคับเกี่ยวกับการเลือกและการปฏิบัติหน้าที่ของประธานสภา รองประธานสภา และกรรมาธิการ วิธีการประชุม

- อํานาจหน้าที่อื่นๆ

อย่างไรก็ตาม ที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเป็นอำนาจหน้าที่ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งเป็นองค์กรหนึ่งในกระบวนการนิติบัญญัติ ส่วนคนไทยทุกคน ทุกฝ่าย ถึงเวลาแล้วจะต้องหันหน้ามาแสวงหาแนวทางการแก้ปัญหาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ด้วยสันติวิธี เนื่องจากวิกฤติของประเทศไทยในวันนี้มีทั้งวิกฤติเศรษฐกิจการเงินโลก วิกฤติทางการเมือง และวิกฤติความแตกแยกของคนในสังคม อันส่งผลต่อวิกฤติสถาบันชาติ สถาบันศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์และประชาชน ดังนั้น คนไทยทุกคนต้องยืนหยัด ปกป้องและพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมทั้งปฎิบัติตามกฎหมายและประพฤติตนเป็นพลเมืองดีตามรัฐธรรมนูญอย่างเข้มแข็ง.

อ้างอิง

  1. คณิน บุญสุวรรณ. (2548). ปทานุกรมศัพท์รัฐสภาและการเมืองไทย (ฉบับสมบูรณ์). กรุงเทพฯ : สุขภาพใจ. หน้า 919.
  2. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 131 ตอนที่ 55 ก ราชกิจจานุเบกษา 22 กรกฎาคม 2557.

หนังสือแนะนำให้อ่านต่อ

1. คณิน บุญสุวรรณ. (2548). ปทานุกรมศัพท์รัฐสภาและการเมืองไทย (ฉบับสมบูรณ์). กรุงเทพฯ : สุขภาพใจ.

2. สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. (2548). สรรสาระรัฐธรรมนูญไทย. กรุงเทพฯ : บริษัทรุ่งศิลป์การพิมพ์.

บรรณานุกรม

1. คณิน บุญสุวรรณ. (2548). ปทานุกรมศัพท์รัฐสภาและการเมืองไทย (ฉบับสมบูรณ์). กรุงเทพฯ : สุขภาพใจ.

2. บทบาทและอำนาจหน้าที่ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ. [ออนไลน์] วันที่ค้นข้อมูล 23 กรกฎาคม 2557. เข้าถึงได้จาก http://click.senate.go.th/?p=3907.

3. พิษณุ สุ่มประดิษฐ์. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ. [ออนไลน์] วันที่ค้นข้อมูล 23 กรกฎาคม 2557. เข้าถึงได้จาก http://www.kpi.ac.th/wiki/index.php.

4. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 131 ตอนที่ 55 ก ราชกิจจานุเบกษา 22 กรกฎาคม 2557.

5. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔ ตอนที่ ๔๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๐.

6. สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. (2548). สรรสาระรัฐธรรมนูญไทย. กรุงเทพฯ : บริษัท รุ่งศิลป์การพิมพ์.