สนธิสัญญาเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Treaty on the Southeast Asia Nuclear Weapon-Free Zone : SEANWFZ)


บทนำ

พัฒนาการของอาเซียนแต่ละขั้นตอนเป็นเครื่องบ่งชี้ให้เห็นว่าอาเซียนเป็นองค์การระหว่างประเทศอีกองค์การหนึ่งซึ่งมีกิจกรรมด้านการเมืองอย่างต่อเนื่องและได้รับการยอมรับจากนานาประเทศมากขึ้น[1] อาเซียนได้มีการตกลงทำสนธิสัญญาเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อสร้างเสถียรภาพ และความมั่นคงให้เกิดขึ้น โดยมุ่งหมายที่จะทำให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้เป็นเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ จากสภาวะกดดันในยุคสงครามเย็น ที่ประเทศมหาอำนาจที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์แข่งขันแพร่อิทธิพลอยู่ในภูมิภาคในขณะนั้น [2]

ที่มาและความสำคัญ

ตั้งแต่ 27 พฤศจิกายน ค.ศ.1971 ประเทศผู้ก่อตั้งอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย ได้จัดประชุมกันที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อการประสานความร่วมมือด้านความมั่นคงของภูมิภาคโดยการลงนามแถลงการณ์ว่าด้วยเขตสันติภาพ เสรีภาพและความเป็นกลาง (Zone of Peace, Freedom and Neutrality หรือ ZOPFAN) อย่างไรก็ตาม สถาณการณ์ทางการเมืองที่มีผลมาจากสงครามเย็นอันก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศสมาชิกด้วยกันเองในช่วงเวลาดังกล่าว มิได้เอื้ออำนวยให้ ZOPFAN มีประสิทธิผลในการบังคับใช้เท่าที่ควร อีกทั้งยังส่งผลกระทบให้ความพยายามในการจัดตั้งพื้นที่ปลอดนิวเคลียร์อย่างเป็นทางการเป็นไปด้วยความล่าช้า

ในช่วงสิ้นสุดสงครามเย็นได้มีการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 5 ในวันที่ 15 ธันวาคม ค.ศ.1995 ณ กรุงเทพฯ โดยประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 7 ประเทศ ในขณะนั้น ได้ตกลงจัดทำสนธิสัญญา SEANWFZ ซึ่งใช้แนวคิดสอดรับกับปฏิญญาว่าด้วยเขตสันติภาพ เสรีภาพ และความเป็นกลาง (Declaration on the Zone of Peace, Freedom and Neutrality - ZOPFAN) โดยประเทศไทยเป็นประเทศผู้เก็บรักษาสนธิสัญญา(Depository State) และสนธิสัญญาดังกล่าวได้มีผลบังคับใช้วันที่ 28 มีนาคม ค.ศ.1997 โดยมีผลบังคับใช้โดยสมบูรณ์ในวันที่ 21 มิถุนายน ค.ศ.2001 เมื่อประเทศฟิลิปปินส์ได้ให้สัตยาบันเป็นประเทศสุดท้าย [3]

รายละเอียด[4] ในสนธิสัญญามีใจความสำคัญหลักในการกำหนดเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยกำหนดดินแดนอาณาเขต เขตเศรษฐกิจจำเพาะและไหล่ทวีปของทั้ง 10 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรัฐภาคีสมาชิกมีพันธกรณีที่จะไม่พัฒนา ผลิต หรือครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และจะไม่อนุญาตให้รัฐอื่นเข้ามาพัฒนา ผลิต หรือเก็บอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในดินแดนของตน ยกเว้นแต่เป็นการดำเนินการเกี่ยวกับการใช้พลังงานปรมาณูเพื่อสันติ ที่มีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศสมาชิก [5] และมีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัฐสมาชิก ในการปฏิบัติการดูแลให้เป็นไปตามสนธิสัญญา SEANWFZ รวมไปถึงกรณีการแก้ไขข้อพิพาทต่างๆ ระหว่างสมาชิกด้วย

ปัญหาและอุปสรรค

นอกจากปัญหาเรื่องของสงครามเย็นที่ส่งผลกระทบต่อการร่วมมือสร้างแนวคิดการจัดทำสนธิสัญญานี้ ทำให้ไม่สามารถเกิดขึ้นในช่วงต้นแล้ว ความต้องการในการห้ามข้องเกี่ยวเรื่องเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมดยกเว้นการใช้พลังงานปรมาณูอย่างสันติในภูมิภาคจะเกิดขึ้นมิได้เลยหากปราศจากความร่วมมือจากประเทศมหาอำนาจที่มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง ซึ่งได้แก่ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซียและจีน [6]ประเทศมหาอำนาจเหล่านี้เป็นภาคีในสนธิสัญญาไม่แพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ (Treaty on the Non-Proliferation of Nuclear Weapons - NPT) อีกทั้งยังเป็นสมาชิกถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติด้วย การที่ประเทศมหาอำนาจได้ร่วมให้สัตยาบันต่อสนธิสัญญา SEANWFZ เป็นการสร้างหลักประกันและเป็นการยืนยันเจตนารมณ์ไม่ให้มีการใช้อาวุธนิวเคลียร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาวุธที่มีพลานุภาพทำลายร้ายแรงทั้งมวล (Weapons of Mass Destruction - WMD) [7] ทั้งนี้ ได้มีการจัดทำแผนปฏิบัติการ เรียกว่า Plan of Action to Strengthen the Implementation of SEANWFZ Treaty 2007-2012 ( พ.ศ.2550-2555 )และ Plan of Action ฉบับทบทวนแก้ไข ( ค.ศ. 2013-2017 ) [8] ซึ่งได้นำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติครั้งที่ 68 [9] และได้รับการดำเนินการเรื่องเงื่อนไขและกระบวนการต่างๆจนได้รับการยอมรับเป็นพิธีสารแนบท้ายสนธิสัญญาในท้ายที่สุด

แนวทางในอนาคต

แนวทางความร่วมมือในการสร้างหลักประกันความมั่นคงของภูมิภาคยังคงดำเนินต่อไป โดยในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ครั้งที่ 17 ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ที่ประชุมเห็นชอบที่จะเสริมสร้างความร่วมมือและความเชื่อมโยง SEANWFZ กับเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ต่างๆ ทั่วโลก [10] รวมถึงการสร้างความร่วมมือเกี่ยวกับการฝึกอบรมและการเสริมสร้างศักยภาพกับทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศในเรื่องประเด็นความปลอดภัยและการใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ด้านความปลอดภัยทางอาหารและยา [11]

บรรณานุกรม

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. การก้าวสู่ประชาคมอาเซียน. กรุงเทพฯ:สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. 2555.

แพรภัทร ยอดแก้ว.2555. บทบาทประเทศไทยด้านการเมืองและความมั่นคง. https://www.gotoknow.org/posts/506074 (accessed April 18, 2015)

สมเกียรติ อ่อนวิมล. 2556. แถลงการณ์ร่วมจากที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 46. บันทึกอาเซียน. http://www.dailynews.co.th/Content/Article/178482 (accessed April 18,2015)

Embassy of the Republic of Indonesia in Ottawa, Canada.2013. PLAN OF ACTION TO STRENGTHEN THE IMPLEMENTATION OF THE TREATY ON THE SOUTHEAST ASIA NUCLEAR WEAPON-FREE ZONE (2013-2017). http://www.indonesia-ottawa.org/wp-content/uploads/2012/12/Plan-of-Action-to-Strenghten-the-Implementation-of-The-Treaty-in-the-Southeast-Asia-Nuclear-Weapon-Free-Zone.pdf. (accessed April 18, 2015)

LIONEL YEE WOON CHIN.1998. NUCLEAR WEAPON-FREE ZONES – A COMPARATIVE ANALYSIS OF THE BASIC UNDERTAKINGS IN THE SEANWFZ TREATY AND THEIR GEOGRAPHICAL SCOPE OF APPLICATION. (accessed April 18, 2015) http://law.nus.edu.sg/sybil/downloads/articles/SJICL-1998-1/SJICL-1998-175.pdf.


อ้างอิง

  1. สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. การก้าวสู่ประชาคมอาเซียน. (กรุงเทพฯ:สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. 2555.),หน้า 21.
  2. เพิ่งอ้าง. , หน้า 22.
  3. แพรภัทร ยอดแก้ว.2555. “บทบาทประเทศไทยด้านการเมืองและความมั่นคง”. https://www.gotoknow.org/posts/506074 (accessed April 18, 2015)
  4. LIONEL YEE WOON CHIN.1998.” NUCLEAR WEAPON-FREE ZONES – A COMPARATIVE ANALYSIS OF THE BASIC UNDERTAKINGS IN THE SEANWFZ TREATY AND THEIR GEOGRAPHICAL SCOPE OF APPLICATION.” (accessed April 18, 2015) http://law.nus.edu.sg/sybil/downloads/articles/SJICL-1998-1/SJICL-1998-175.pdf.
  5. สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. 2555, อ้างแล้ว., หน้า23.
  6. ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซียและจีน
  7. สมเกียรติ อ่อนวิมล. 2556. “แถลงการณ์ร่วมจากที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 46”. บันทึกอาเซียน. http://www.dailynews.co.th/Content/Article/178482 (accessed April 18,2015)
  8. Embassy of the Republic of Indonesia in Ottawa,Canada.2013. “PLAN OF ACTION TO STRENGTHEN THE IMPLEMENTATION OF THE TREATY ON THE SOUTHEAST ASIA NUCLEAR WEAPON-FREE ZONE (2013-2017)”. http://www.indonesia-ottawa.org/wp-content/uploads/2012/12/Plan-of-Action-to-Strenghten-the-Implementation-of-The-Treaty-in-the-Southeast-Asia-Nuclear-Weapon-Free-Zone.pdf. (accessed April 18, 2015)
  9. เพิ่งอ้าง.
  10. ในภูมิภาคแอฟริกา เอเชียกลาง ลาตินอเมริกา แคริเบียน และมองโกเลีย
  11. แพรภัทร ยอดแก้ว.2555.อ้างแล้ว.