ปฏิญญาเซบูว่าด้วยการเร่งรัดจัดตั้งประชาคมอาเซียนภายในปี ค.ศ.2015


ผู้เรียบเรียง พัชร์ นิยมศิลป


ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ ศาสตราจารย์ ดร. ไชยวัฒน์ ค้ำชู


ข้อมูลพื้นฐานและความหมาย

จากความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในโลกยุคปัจจุบัน ทำให้สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน (ASEAN) ได้ตระหนักถึงความร่วมมือกันภายในภูมิภาคเพื่อที่จะรับมือกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่จะมีผลกระทบต่ออาเซียนในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งความท้าทายด้านเศรษฐกิจ ด้านความมั่นคง และภัยคุกคามทางสังคมต่างๆ แตกต่างกับความท้าทายซึ่งมีอยู่ในยุคริเริ่มก่อตั้งอาเซียน จากแนวความคิดดังกล่าวทำให้ประเทศสมาชิกของอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า จะต้องมีความร่วมมือกันอย่างจริงจัง โดยประเทศต่างๆนั้นจะต้องมีความใกล้ชิดกันมากขึ้น จนเกิดความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ต่อมาในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่เก้า ที่เมืองบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เหล่าผู้นำอาเซียนจึงได้ตกลงร่วมกันว่าจะจัดตั้งประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ขึ้นภายใน ค.ศ.2020 และในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 12 เหล่าผู้นำอาเซียนก็ได้ลงนามในปฏิญญาเซบูว่าด้วยการเร่งรัดจัดตั้งประชาคมอาเซียนภายใน ค.ศ.2015 (Cebu Declaration on the Acceleration of the Establishment of an ASEAN Community by 2015) ซึ่งเปลี่ยนเป้าหมายในการจัดตั้งประชาคมอาเซียนจาก ค.ศ. 2020 เป็น ค.ศ. 2015

ประวัติความเป็นมา

ความสำเร็จในการรวมตัวกันของประเทศต่างๆในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกิดขึ้นอย่างจริงจังใน ค.ศ.1967 จากการที่เหล่าผู้นำอาเซียนทั้ง ห้า ประเทศ ได้มีการลงนามในปฏิญญากรุงเทพฯ เพื่อจัดตั้งอาเซียนขึ้น โดยอาเซียนนั้นจะเป็นเวทีความร่วมมือในระดับภูมิภาค ที่ประเทศสมาชิกจะใช้ในการปรึกษาหารือ หรือทำความตกลงกัน ในเรื่องต่างๆ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม และความมั่นคง โดยในช่วง 10 ปีแรก หลังจากที่มีการจัดตั้งอาเซียนนั้น กรอบความร่วมมือของอาเซียนยังเป็นไปอย่างกว้างๆ และยืดหยุ่น เนื่องจาก ยังต้องหาจุดร่วมของภูมิภาค อันเกิดจากพื้นฐานและความแตกต่างของประเทศสมาชิกต่างๆ ที่มีอยู่ค่อนข้างมาก ทำให้ในระยะแรกๆนั้น ความสำเร็จของอาเซียนยังไม่เด่นชัดเป็นรูปธรรมมากเท่าใดนัก แต่ก็ถือได้ว่าเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่จะทำให้อาเซียนดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน

เมื่ออาเซียนดำเนินการมาได้ระยะหนึ่งจนเริ่มมีเสถียรภาพแล้ว อาเซียนก็ได้วางเป้าหมายต่อไปในอนาคตว่าจะมีการดำเนินการไปในทิศทางใดต่อไปซึ่งจากการประชุมสุดยอดอาเซียน อย่างไม่เป็นทางการครั้งที่ สอง ในระหว่างวันที่ 14-16 ธันวาคม ค.ศ.1997 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เหล่าผู้นำอาเซียนก็ได้รับรองเอกสาร วิสัยทัศน์อาเซียน 2020 (ASEAN Vision 2020) ซึ่งเป็นแนวทางว่า ภายใน ค.ศ.2020 นั้น อาเซียนมีเป้าหมายคือจะเป็นภูมิภาคที่อยู่ร่วมมือกันอย่างสันติ เป็นภูมิภาคที่มีทั้งความมั่นคงและมั่นคง มีการพัฒนาภูมิภาคร่วมกันและให้ความดูแลซึ่งกันและกัน ตลอดจนมีปฏิสัมพันธ์กับประเทศภายนอกอื่นๆ

ต่อมา ในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่เก้า ในระหว่างวันที่ 7-8 ตุลาคม ค.ศ.2003 ที่เมืองบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เหล่าผู้นำอาเซียนก็ได้ลงนามในปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมืออาเซียนฉบับที่สอง (Bali Concord II) อันเป็นการจัดตั้งประชาคมอาเซียนใน ค.ศ.2020 ซึ่งจะประกอบด้วย เสาหลักสามด้าน ได้แก่ ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (APSC) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASCC) อันเป็นการตอกย้ำถึงเจตนารมณ์เดิมของวิสัยทัศน์อาเซียน 2020 และจากสถานการณ์โลกในยุคปัจจุบันที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 12 ในระหว่างวันที่ 9-15 มกราคม ค.ศ.1997 ที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ เหล่าผู้นำอาเซียนก็ได้ลงนามในปฏิญญาเซบูว่าด้วยการเร่งรัดจัดตั้งประชาคมอาเซียนภายใน ค.ศ.2015 เพื่อให้อาเซียนสามารถปรับตัวและสามารถมือกับปัญหาต่างๆที่อาจเกิดขึ้นภายในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ทำให้ประชาคมอาเซียนนั้นจะมีการเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2015

เป้าหมายและวัตถุประสงค์

ปฏิญญาเซบูว่าด้วยการเร่งรัดจัดตั้งประชาคมอาเซียนภายใน ค.ศ. 2015 นั้น ถือได้ว่าเป็นปฏิญญาที่มีรากฐานจากวิสัยทัศน์อาเซียน 2020 (ASEAN Vision 2020) และปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมืออาเซียนฉบับที่สอง (Declaration of ASEAN Concord II: Bali Concord II) โดยตรง เนื่องจากปฏิญญาเซบูฯนั้น ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเร่งระยะเวลาในการจัดตั้งประชาคมอาเซียน ให้มีกำหนดเร็วขึ้นอีกห้าปี ทั้งนี้ก็เพื่อ ให้อาเซียนสามารถปรับตัวได้อย่างทันท่วงที จากความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสถานการณ์โลกในยุคปัจจุบัน โดยเป้าหมายนั้นก็เพื่อให้อาเซียนมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเมืองความมั่นคง และด้านสังคมและวัฒนธรรม อีกทั้งยังจะทำให้อาเซียนนั้น สามารถสร้างความได้เปรียบต่อประเทศต่างๆได้ โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ ที่เร่งรัดให้อาเซียนมีการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในการเปิดเสรีด้านสินค้า การลงทุน ด้านแรงงาน ด้านการบริการ และการลงทุน อันเป็นการเพิ่มอำนาจในการต่อรองการแข่งขันในตลาดโลก ทั้งนี้ จุดมุ่งหมายสุดท้ายก็เพื่อทำให้คุณภาพชีวิตของประชาขนในภูมิภาคนั้นดีขึ้น

เนื้อหาสาระ

อาเซียนได้ตระหนักถึงความสอดคล้องระหว่างประเด็นทางด้านเศรษฐกิจกับสถานการณ์โลกที่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยอาเซียนต้องการที่จะรวมตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีประชากรถึง 600 ล้านคน ให้เป็นตลาดเดียว อีกทั้งยังต้องการลดช่องว่าง การพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาต่างๆ ทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของภูมิภาคให้เกิดความแข็งแกร่งจนสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ของโลกในยุคปัจจุบันได้ จึงได้เร่งระยะเวลาการรวมประชาคมอาเซียนให้เร็วขึ้นอีกห้าปี ซึ่งเป็นผลจากการที่เหล่าผู้นำอาเซียน ได้ลงนามในปฏิญญาเซบู ว่าด้วยการเร่งรัดจัดตั้งประชาคมอาเซียนภายใน ค.ศ.2015 โดยเนื้อหาของปฏิญญาฉบับนี้ได้กำหนดให้ มีการจัดตั้งประชาคมอาเซียนทั้งสามเสา คือ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ภายใน ค.ศ.2015 ซึ่งรูปแบบการดำเนินการนั้น ประเทศต่างๆในอาเซียน จะมีการเตรียมการรับมือกับความท้าทายต่างๆร่วมกัน ทั้งในเรื่องการพัฒนาโครงสร้างในภูมิภาคและภาวะทางเศรษฐกิจโดยใช้วิธีการต่างๆ ที่ยืดหยุ่นอย่างเหมาะสม อีกทั้งอาเซียนยังต้องการที่จะร่วมดำเนินการกับฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บรรลุถึงการเป็นประชาคมอาเซียน ในค.ศ.2015 ผู้นำอาเซียนเชื่อว่าการเลื่อนเป้าหมายจาก ค.ศ. 2020 เป็น ค.ศ. 2015 จะส่งผลให้อาเซียนดำรงความเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค (ASEAN centrality) และเป็นองค์กรที่มีบทบาทผู้นำในการกำหนดรูปแบบความสัมพันธ์ในระดับภูมิภาคได้ (driving force in charting the evolving regional architecture)

รัฐสมาชิก

ปฏิญญาฉบับนี้มีการลงนามเมื่อวันที่ 13 มกราคม ค.ศ. 2007 ณ เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งมีรายละเอียดการลงนามดังต่อไปนี้

Countries Name

1. Brunei Haji Hassanal Bolkiah (Sultan)

2. Cambodia Samdech Hun Sen (Prime Minister)

3. Indonesia Dr. Susilo Bambang Yudhoyono (President)

4. Laos Bouasone Bouphavanh (Prime Minister)

5. Malaysia Dato’ Seri Abdullah Ahmad Badawi (Prime Minister)

6. Myanmar General Soe Win (Prime Minister)

7. Philippines Gloria Macapagal-Arroyo (President)

8. Singapore Lee Hsien Loong (Prime Minister)

9. Viet Nam Nguyen Tan Dung (Prime Minister)

10. Thailand General Surayud Chulanont (Prime Minister)

เอกสารอ้างอิง

กรมอาเซียน กระทรวงต่างประเทศ . บันทึกการเดินทางอาเซียน. กรุงเทพฯ : กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ., 2552.

กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ.2556.ประชาคมอาเซียน. http://www.mfa.go.th/asean/contents/files/asean-media-center-20130104-171510-396945.pdf (accessed July 28 ,2014).

กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ.ASEAN Mini book .กรุงเทพฯ : กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ,2556.

กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ. เราคืออาเซียน สู่ประชาคมอาเซียน 2558 . กรุงเทพฯ : กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ.,2556.

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.2556.ความเป็นมาของ AC. http://www.aseangreenhub.in.th/envinat-ac/index.php/th/history (accessed July 25 ,2014).

กองยุทธศาสตร์ทรัพยากรมนุษย์และสังคม สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล กรุงเทพมหานคร .ความรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) . กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ,2556.

ศูนย์ข้อมูลข่าวสารอาเซียน.2557. แผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรม อาเซียน http://www.aseanthai.net/about-asean-detail.php?id=8 (accessed July 26 ,2014)

สุรเกียรติ์ เสถียรไทย. ประชาคมอาเซียนในมุมมองของศาสตราจารย์ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย . กรุงเทพฯ :โรงพิมพ์เดือนตุลา., 2555.

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม.การศึกษาเปรียบเทียบนโยบายและมาตรการการรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ในกลุ่มประเทศอาเซียน กรุงเทพฯ : สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม.,2555

สำนักอาเซียน.2550.พิมพ์เขียวเพื่อการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน. http://nukbunchee.com/Webboard/index.php?action=dlattach;topic=298.0;attach=112 (accessed July 25 ,2014)

Koh, Manalo & Woon.The Making of ASEAN Charter. Singapore: World Scientific Publishing Company.,2009. The ASEAN Secretariat. 2014. Overview about ASEAN. http://www.asean.org/asean/about-asean/overview(accessed May 22 ,2014).