ข้าราชการท้องถิ่น


เรียบเรียงโดย  เจตน์  ดิษฐอุดม

ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ รศ.ดร.ปธาน สุวรรณมงคล


ความหมายของข้าราชการท้องถิ่น

          ข้าราชการท้องถิ่น หมายความว่า[1] ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด พนักงานเทศบาล พนักงานส่วนตำบล ข้าราชการกรุงเทพมหานคร พนักงานเมืองพัทยา และข้าราชการหรือพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง ซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ปฏิบัติราชการโดยได้รับเงินเดือนจากงบประมาณหมวดเงินเดือนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือจากเงินงบประมาณหมวดเงินอุดหนุนของรัฐบาลที่ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำมาจัดเป็นเงินเดือนให้แก่ข้าราชการหรือพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

          จากนิยามดังกล่าวจะเห็นว่า ข้าราชการท้องถิ่นที่ปฏิบัติราชการในเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบลและเมืองพัทยา ยังคงใช้คำว่า “พนักงาน” อยู่ ซึ่งในประเด็นนี้ได้กำลังอยู่ในระหว่างการเสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ... อยู่ในขณะนี้ โดยในร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวได้เปลี่ยนแปลงมาใช้คำว่า “ข้าราชการส่วนท้องถิ่น”[2] และให้นิยามในลักษณะเดียวกันว่า ข้าราชการองค์การบริหารส่วนตำบล ข้าราชการเทศบาล ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด ข้าราชการเมืองพัทยา และข้าราชการการปกครองท้องถิ่นรูปแบบอื่น ซึ่งได้รับการบรรจุแต่งตั้งให้ปฏิบัติราชการโดยได้รับเงินเดือนจากงบประมาณหมวดเงินเดือนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือจากเงินงบประมาณหมวดเงินอุดหนุนของรัฐบาลที่ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อใช้เป็นเงินเดือนของข้าราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ จะสังเกตได้ว่าทั้งสองคำดังกล่าว มีการให้นิยามไปในลักษณะเดียวกัน

หน้าที่และความรับผิดชอบของข้าราชการท้องถิ่น

          โดยทั่วไปข้าราชการท้องถิ่นที่ปฏิบัติงานอยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละประเภทดังที่ได้อธิบายความหมายไว้ข้างต้นจะมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการตามนโยบายและแผนงานที่นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้กำหนด ประกอบกับมีหน้าที่และความรับผิดชอบของแต่ละตำแหน่งระบุเอาไว้ว่าในการกำหนดมาตรฐานของตำแหน่งนั้นว่าจะต้องใช้ความรู้ความสามารถในการบริหารงาน การดำเนินการ การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และการปฏิบัติงานอย่างไรบ้าง โดยจะมีการกำหนดลักษณะงานและความรับผิดชอบที่ต้องปฏิบัติออกเป็นด้านต่างๆ อาทิ ด้านบริหารงาน        ด้านบริหารงานทรัพยากรบุคคล ด้านบริหารทรัพยากรและงบประมาณ ด้านการวางแผน ด้านการปฏิบัติการ ด้านการประสานงาน ด้านการบริการ ฯลฯ เป็นต้น  

การบริหารงานบุคคลของข้าราชการท้องถิ่นไทย

          หลักเกณฑ์และแนวทางในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการท้องถิ่นไทย

          ในบริบทของประเทศไทย การสรรหา บรรจุและแต่งตั้ง การย้าย การโอน การรับโอน การเลื่อนระดับ การเลื่อนขั้นเงินเดือน การสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ หรือการอื่นใดที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการท้องถิ่น เป็นอำนาจของนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจมอบหมายให้ผู้บังคับบัญชาข้าราชการในตำแหน่งใดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งนั้นเป็นผู้ใช้อำนาจแทนได้

          การปฏิบัติหน้าที่ในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการท้องถิ่นแต่ละประเภทจะมีคณะกรรมการกลางของข้าราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นมากำหนดมาตรฐานทั่วไปของข้าราชการ อาทิ คณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด คณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล คณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล ฯลฯ เป็นต้น  เมื่อคณะกรรมการกลางของข้าราชการท้องถิ่นแต่ละประเภทได้กำหนดมาตรฐานทั่วไปแล้ว คณะกรรมการข้าราชการท้องถิ่นแต่ละประเภทในแต่ละจังหวัดจะนำไปกำหนดหลักเกณฑ์ในการบริหารงานบุคคลในจังหวัดต่อไป

          สำหรับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการกรุงเทพมหานคร[3] จะมีคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร (ก.ก.) ทำหน้าที่กำกับ ดูแล ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการบริหารงานบุคคลของข้าราชการกรุงเทพมหานคร และการบริหารงานบุคคลของข้าราชการเมืองพัทยา จะมีคณะกรรมการพนักงานเมืองพัทยากำหนดหลักเกณฑ์และดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารบุคคลของข้าราชการเมืองพัทยา

          นอกจากคณะกรรมการดังกล่าวแล้ว ยังมีคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ก.ถ.) ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานกลางและแนวทางในการรักษาระบบคุณธรรมเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล การแต่งตั้งและให้พ้นจากตำแหน่ง การกำหนดโครงสร้างอัตราเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่น ฯลฯ เป็นต้น เพื่อเป็นแนวทางในการกำกับดูแลการบริหารงานบุคคลของข้าราชการท้องถิ่นทุกรูปแบบให้มีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นและประชาชนในประเทศเป็นส่วนรวม

          การกำหนดตำแหน่งของข้าราชการท้องถิ่น

          ในการกำหนดตำแหน่งของข้าราชการท้องถิ่นของไทย ได้มีการปรับเป็นโครงสร้างระดับชั้นงานแบบแท่ง (Broadband) คล้ายกับข้าราชการพลเรือน[4] ซึ่งสามารถจำแนกได้เป็น 4 ประเภท[5] ดังต่อไปนี้

          1) ตำแหน่งประเภทบริหารจัดการท้องถิ่น ได้แก่ ตำแหน่งปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและรองปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น ตามที่คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นกำหนด แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ประกอบด้วย ระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูง

          2) ตำแหน่งประเภทอำนวยการท้องถิ่น ได้แก่ ตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานระดับฝ่าย ระดับส่วน ระดับกอง ระดับสำนักในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือตำแหน่งระดับที่เรียกชื่ออย่างอื่น ตามที่คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นกำหนด แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ประกอบด้วย ระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูง

          3) ตำแหน่งประเภทวิชาการ ได้แก่ ตำแหน่งที่จำเป็นต้องใช้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญา ตามมาตรฐานทั่วไปที่คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นกำหนด เพื่อปฏิบัติงานในหน้าที่ของตำแหน่งนั้น แบ่งออกเป็น 4 ระดับ ประกอบด้วย ระดับปฏิบัติการ ระดับชำนาญการ ระดับชำนาญการพิเศษ และระดับเชี่ยวชาญ

          4) ตำแหน่งประเภททั่วไป ได้แก่ ตำแหน่งที่ไม่ใช่ตำแหน่งประเภทบริหาร ตำแหน่งประเภทอำนวยการ และตำแหน่งประเภทวิชาการ ตามมาตรฐานทั่วไปที่คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นกำหนด เพื่อปฏิบัติงานในหน้าที่ของตำแหน่งนั้น แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ประกอบด้วย ระดับปฏิบัติงาน ระดับชำนาญการ และระดับอาวุโส

          สมรรถนะที่จำเป็นในงานของข้าราชการท้องถิ่น

          สมรรถนะที่จำเป็นงานของข้าราชการท้องถิ่น[6] จำแนกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

          1) สมรรถนะหลัก หมายถึง สมรรถนะที่ข้าราชการท้องถิ่นทุกประเภทและระดับตำแหน่งจำเป็นต้องมี เพื่อเป็นการหล่อหลอมให้เกิดพฤติกรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ร่วมกัน ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชน สังคม และประเทศชาติ ประกอบด้วย 5 สมรรถนะ ได้แก่ การมุ่งผลสัมฤทธิ์ การยึดมั่นในความถูกต้องและจริยธรรม ความเข้าใจในองค์กรและระบบงาน การบริการเป็นเลิศ และการทำงานเป็นทีม

          2) สมรรถนะประจำผู้บริหาร หมายถึง สมรรถนะที่ข้าราชการท้องถิ่นในตำแหน่งประเภทบริหารและอำนวยการซึ่งต้องกำกับดูแลทีมงานหรือผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อนำทีมงานหรือผู้ใต้บังคับบัญชาให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อ่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องตามวัตถุประสงค์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย 4 สมรรถนะ ได้แก่ การเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง ความสามารถในการเป็นผู้นำ ความสามารถในการพัฒนาคน และการคิดเชิงกลยุทธ์

          3) สมรรถนะประจำสายงาน หมายถึง สมรรถนะที่กำหนดเฉพาะสำหรับประเภทและระดับตำแหน่งในสายงานต่างๆ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้ข้าราชการท้องถิ่นที่ดำรงตำแหน่งในสายงานนั้น สามารถปฏิบัติภารกิจในหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย 22 สมรรถนะ อาทิ การคิดวิเคราะห์ การบริหารความเสี่ยง ความเข้าใจพื้นที่และการเมืองท้องถิ่น ความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะการโน้มน้าวจูงใจ ฯลฯ เป็นต้น

สวัสดิการของข้าราชการท้องถิ่น

          ข้าราชการท้องถิ่นจะได้รับเงินเดือนจากงบประมาณหมวดเงินเดือนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือจากเงินงบประมาณหมวดเงินอุดหนุนของรัฐบาลที่ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำมาจัดเป็นเงินเดือนของข้าราชการท้องถิ่นดังที่ได้กล่าวแล้วข้างต้น ข้าราชการท้องถิ่นยังมีสวัสดิการที่เป็น “ประโยชน์ตอบแทนอื่น”[7] อันได้แก่ เงินตอบแทนอื่นๆ หรือเงินค่าตอบแทนอื่นๆ เงินสวัสดิการ หรือเงินอื่นที่ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นได้รับจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยประโยชน์ตอบแทนอื่นของข้าราชการท้องถิ่นดังกล่าว จะได้รับเช่นเดียวกันกับข้าราชการพลเรือนและเป็นไปตามที่มีกฎหมายกำหนด อาทิ ค่ารักษาพยาบาล การศึกษาบุตร ทุนการศึกษา ค่าเช่าบ้าน เงินทำขวัญ เงินรางวัล และเงินบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น ฯลฯ เป็นต้น

บรรณานุกรม

ประกาศคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น เรื่อง การกำหนดรายการค่าใช้จ่ายเงินเดือน ประโยชน์ตอบแทนอื่น และค่าจ้างของข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ลูกจ้าง  และพนักงานจ้าง ลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2557

ประกาศคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น เรื่อง กำหนดมาตรฐานกลางการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 4) ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2557 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2554

พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542

ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ...

อ้างอิง

          [1]คำว่า “ข้าราชการท้องถิ่น” ในที่นี้มีนัยเช่นเดียวกันกับคำว่า “พนักงานส่วนท้องถิ่น” ที่มีการให้คำนิยามเอาไว้ในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคล พ.ศ. 2542 จึงนำนิยามในกฎหมายดังกล่าวมาใช้โดยอนุโลม

          [2]มาตรา 4 แห่งร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. .... ได้ใช้คำว่าข้าราชการแทนคำว่าพนักงานสำหรับข้าราชการที่ปฏิบัติงานในเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล และเมืองพัทยา นอกจากนี้ ยังไม่กล่าวถึงข้าราชการกรุงเทพมหานครไว้ดังเช่นในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคล พ.ศ. 2542

          [3] มาตรา 14 (1) – (12) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2554

          [4] การกำหนดตำแหน่งของข้าราชการท้องถิ่นจะมีลักษณะคล้ายกับข้าราชการพลเรือน แต่จะมีความแตกต่างจากข้าราชการพลเรือน ได้แก่ 1) ประเภทบริหารจัดการท้องถิ่นและประเภทอำนวยการท้องถิ่นจะเพิ่มระดับกลางเข้ามา 2) ประเภทวิชาการ จะไม่มีระดับทรงคุณวุฒิ และ 3) ประเภททั่วไป จะไม่มีระดับทักษะพิเศษ

          [5] ประกาศคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น เรื่อง กำหนดมาตรฐานกลางการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 4) ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2557 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

          [6] ประกาศคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น เรื่อง กำหนดมาตรฐานกลางการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 4) ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2557 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

          [7] ประกาศคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น เรื่อง การกำหนดรายการค่าใช้จ่ายเงินเดือน ประโยชน์ตอบแทนอื่น และค่าจ้างของข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ลูกจ้าง และพนักงานจ้าง ลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2557