การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 14 ประจำปี 2555


หลักการและเหตุผล รัฐสภาถือได้ว่าเป็นสถาบันการเมืองที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการปกครองระบอบประชาธิปไตย เพราะเป็นสถาบันตัวแทนประชาชน มีหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของประชาชน ศึกษาอภิปรายประเด็นปัญหาเพื่อเสนอแนะหนทางแก้ไข ตรากฎหมายเพื่อใช้บังคับในสังคม พิจารณาอนุมัติงบประมาณ ติดตาม ควบคุม และตรวจสอบการทำหน้าที่ของรัฐบาล รวมถึงการทำหน้าที่ส่งเสริมและสร้างสรรค์วัฒนธรรมทางการเมืองที่พึงปรารถนา และในกรณีของวุฒิสภา ซึ่งรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้มีอำนาจหน้าที่เป็นพิเศษจากสภาผู้แทนราษฎร คือมีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนบุคลากรขององค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ตรวจสอบควบคุมการใช้อำนาจรัฐ อีกทั้งมีอำนาจถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง หากปรากฏหรือส่อว่าใช้อำนาจรัฐไปในทางทุจริตหรือผิดกฎหมายการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภานี้ อาจกล่าวได้ว่า ต้นกำเนิดของอำนาจอธิปไตยอยู่ที่รัฐสภา เพราะมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง เป็นผู้ใช้อำนาจแทนประชาชน โดยเฉพาะอำนาจในการแต่งตั้งรัฐบาล และควบคุมรัฐบาล ดังนั้น ในการบริหารประเทศ รัฐบาลจึงต้องรับผิดชอบต่อรัฐสภา และอยู่ในอำนาจได้เท่าที่ได้รับความไว้วางใจจากรัฐสภา

ประเทศไทยได้มีการนำระบบรัฐสภามาใช้ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 โดยแรกเริ่มอยู่ในรูปแบบของสภาเดี่ยว และในปี พ.ศ. 2489 เริ่มมีการนำระบบสภาคู่มาใช้ แต่ความผันผวนทางการเมือง ทำให้มีการนำระบบสภาเดี่ยวมาใช้อีก อย่างไรก็ดี ตั้งแต่มีการใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2511 เป็นต้นมา รัฐธรรมนูญฉบับถาวรทุกฉบับกำหนดให้ระบบรัฐสภาไทยเป็นระบบสภาคู่

ในด้านการทำหน้าที่ของรัฐสภาไทย ทั้งในแง่ของการตรากฎหมาย การประชุมสภา การเป็นตัวแทนประชาชน การสร้างสรรค์วัฒนธรรมทางการเมือง การอนุมัติงบประมาณ ตลอดจนการควบคุมตรวจสอบรัฐบาลนั้น ยังมีความไม่สมบูรณ์ในบางส่วน ทำให้ไม่สามารถแสดงศักยภาพและประสิทธิภาพของการเป็นตัวแทนรักษาผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติได้เต็มที่ ผลก็คือ การตรากฎหมายสำคัญๆล่าช้า ไม่ทันการณ์ รัฐสภาไม่สามารถทำหน้าที่ชี้นำฝ่ายบริหาร ขาดข้อมูล แสดงบทบาทในเชิงรับมากกว่าเชิงรุก และไม่ได้ทำหน้าที่เป็นสถาบันสร้างสรรค์และส่งเสริมวัฒนธรรมทางการเมืองที่ดีแก่สังคม

ดังนั้น เพื่อที่จะให้รัฐสภาเป็นองค์กรที่สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเป็นที่ภาคภูมิใจของประชาชนชาวไทย จึงน่าจะมีการวิเคราะห์และทบทวนบทบาทการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา ระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลของรัฐสภา ความสัมพันธ์และความเชื่อมโยงระหว่างรัฐสภากับประชาชน ตลอดจนคุณธรรมจริยธรรมของสมาชิกรัฐสภา ทั้งมุมมองจากในประเทศ และมุมมองของต่างประเทศ ซึ่งไม่ได้เน้นแต่เพียงในส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น แต่ยังต้องเป็นการมองถึงระบบกลไก หรือโครงสร้างที่สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวมไปถึงโครงสร้างของคณะกรรมาธิการ ซึ่งเป็นกลไกที่มีบทบาทหลักในการทำงานในรายละเอียดในการตรากฎหมายอีกด้วย

ด้วยเหตุนี้ จึงมีความจำเป็นที่จะมีการระดมความคิดจากมุมมองของทุกภาคส่วนในสังคม เพื่อทำการศึกษาเปรียบเทียบ ตลอดจนทบทวนการเรียนรู้จากนานาประเทศถึงรูปแบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพของรัฐสภา เพื่อวิเคราะห์ พัฒนาและค้นหาแนวทางปฏิรูประบบรัฐสภาให้มีประสิทธิภาพสมกับการเป็นตัวแทนของประชาชน โดยทำการศึกษาขององค์ประกอบที่สำคัญต่างๆ เพื่อที่จะเป็นกรอบที่สำคัญที่จะนำไปสู่ข้อเสนอเพื่อการปฏิรูประบบรัฐสภาให้เป็นสถาบันทางการเมืองหลักที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์สมกับการเป็นตัวแทนของประชาชนชาวไทย

สถาบันพระปกเกล้า ซึ่งมีพันธกิจสำคัญในการพัฒนาประชาธิปไตย จึงจัดให้มีการประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้าครั้งที่ 14 ประจำปี 2555 (KPI Congress XIV) ในหัวข้อ “การปฏิรูปรัฐสภา: มุมมองเชิงเปรียบเทียบ” (Parliamentary Reform: Comparative Perspectives) ขึ้น เพื่อเป็นเวทีสาธารณะในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และทบทวนหาคำตอบถึงแนวทางการปฏิรูประบบรัฐสภา เพื่อสร้างสังคมที่ยุติธรรม สมานฉันท์ และมีธรรมภิบาล ให้กับทุกภาคส่วนของสังคมด้วยโครงสร้างของรัฐสภาที่เหมาะสม และมีประสิทธิภาพต่อบริบทของสังคมประชาธิปไตยไทย…..ดาวน์โหลดรายละเอียดเพิ่มเติม

กำหนดการสัมมนา

กำหนดการประชุมห้องย่อย

จดหมายข่าว วันศุกร์ที่ 8 พ.ย. 2555

จดหมายข่าว วันเสาร์ที่ 9 พ.ย. 2555


เอกสารประกอบการสัมมนา

วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน2555


พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ เสด็จฯ แทนพระองค์ มาทรงเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 14 ประจำปี 2555

วีดีทัศน์เรื่อง “การปฏิรูปรัฐสภา” (แสดงผลได้สมบูรณ์ ด้วย web browser Internet Explorer version 8.0 - Mozilla Firefox)

Mr. Anders B. Johnsson ปาฐกถานำ เรื่อง “Parliamentary Reform”

อภิปรายเรื่อง “การปฏิรูปรัฐสภา: ประสบการณ์จากต่างประเทศ โดย

Mrs. Timo Pangerang (อินโดนีเซีย)

Mr. Pierre-Francois Derminon (ฝรั่งเศส)

Dr.Sonam Kinga (ภูฏาน)

Assoc.Prof. M.R. Prudhisan Jumbala (อังกฤษ)


วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2555


นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ปาฐกถา เรื่อง “การปฏิรูปรัฐสภาไทย”

อภิปราย เรื่อง “แนวทางการปฏิรูปรัฐสภาไทย” โดย ดร.ดิเรก ถึงฝั่ง นายจาตุรนต์ ฉายแสง ศ.ดร.ลิขิต ธีรเวคิน ศ.ดร.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์

การประชุมกลุ่มย่อย

กลุ่มย่อยที่ 1 บทบาทด้านนิติบัญญัติของรัฐสภา

กลุ่มย่อยที่2 บทบาทด้านการตรวจสอบ และถ่วงดุลของรัฐสภา

กลุ่มย่อยที่ 3 บทบาทด้านการงบประมาณของรัฐสภา

กลุ่มย่อยที่ 4 บทบาทด้านการเป็นตัวแทนของประชาชน

กลุ่มย่อยที่ 5 รัฐสภากับการสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย


วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2555


ผลการประชุมกลุ่มย่อย 5 กลุ่ม

กลุ่มย่อยที่ 1 บทบาทด้านนิติบัญญัติของรัฐสภา โดย รองศาสตราจารย์ ดร. ขจิต จิตตเสวี

กลุ่มย่อยที่ 2 บทบาทด้านการตรวจสอบ และถ่วงดุลของรัฐสภา โดย พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ

กลุ่มย่อยที่ 3 บทบาทด้านงบประมาณของรัฐ โดย ดร. สติธร ธนานิธิโชติ

กลุ่มย่อยที่ 4 บทบาทด้านการเป็นตัวแทนของประชาชน โดย นายศุภณัฐ เพิ่มพูนวิวัฒน์

กลุ่มย่อยที่ 5 รัฐสภากับการสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อรทัย ก๊กผล

ผู้ดำเนินรายการ : รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย (รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า)

วีดิทัศน์รางวัลพระปกเกล้าและพิธีมอบรางวัลพระปกเกล้า (แสดงผลได้สมบูรณ์ ด้วย web browser Internet Explorer version 8.0 - Mozilla Firefox)

ศ.ดร. บวรศักดิ์ อุวรรณโณ แสดงปาฐกถาปิดและกล่าวปิดการประชุม โดย ศาสตราจารย์ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า

วีดิทัศน์การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 15 (แสดงผลได้สมบูรณ์ ด้วย web browser Internet Explorer version 8.0 - Mozilla Firefox)

ประวัติผู้แสดงปาฐกถาและวิทยากร

1. ผู้แสดงปาฐกถานำ และ วิทยากรอภิปรายร่วมระหว่างผู้แทนจากต่างประเทศ วันที่ 8 พ.ย. 55

2. ผู้แสดงปาฐกถาเปิด และวิทยากรอภิปรายเรื่อง “แนวทางการปฏิรูปรัฐสภาไทย”วันที่ 9 พ.ย. 55

3. ผู้สรุปกลุ่มย่อย วันที่ 10 พ.ย. 55

4. ผู้แสดงปาฐกถาปิด วันที่ 10 พ.ย. 55